2006/Jul/03

ชีวิต ที่มีอยู่ กูได้แต่เศร้า ว่าเมื่อไรก็จะตายไปซะที

เมื่อไรที่กูจะเจอคนที่เค้า เข้ากันได้กับกู กูไม่ได้ต้องการคนที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อกู เราแค่ปรับกันคนละครึ่งทาง

เดินมากันคนละครึ่ง แล้วก็จับมือเดินไปด้วยกัน

อย่าให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง วิ่งเข้าหาอยู่ฝ่ายเดียวนะ ไม่ได้หรอก คนเรามันเหนื่อยได้สักวัน พอเหนื่อยแล้วจะท้อ

กูเหนื่อย ไม่อยากคิดอะไรอีกต่อไป

ไม่อยากทำอะไรอีกต่อไป

ไม่อยากกิน

อยากนอนแล้วตื่นมาให้พ้นๆไปอีกวัน

กูเบื่อแล้ว

เท่าที่ผ่านมา ความสุขมันก็มีอยู่หรอก แต่กูก็จมอยู่กับความทุกข์มากมาย ไม่แพ้กัน

ทน

กูทน

รู้สึกว่ากูทน รู้ว่ากูทนอยู่

มันถึงมีจุดที่ทนไม่ไหว

แม้ว่ากูพยายามทำใจสักแค่ไหน มันก็ยาก ที่กูจะเข้าใจ

กูทำอะไรไปให้ แม่งไม่เห็นค่า พอกูหายไป ก็ทำไม่สนใจ กูค้างคา และก็อึดอัด อยากบอกเลิกออกไป แต่กูไม่เคยทำ

เค้าจะแย่มั้ย เค้าจะเสียใจมั้ย จะร้องไห้มั้ย จะเศร้าขนาดไหน จะเป็นจะตายมั้ย

นี่กูแค่เค้าอยู่ใช่มั้ย

กูยังรักเค้า หรือว่าหมดรักไปแล้ว

กูไม่เข้าใจกับตัวกูเอง หรือว่ากูหนีความจริง

บางทีมันอาจจะทำร้ายเค้าเกินไป

กูดูแลเค้าอย่างที่เค้าต้องการไม่ได้

กูไม่โตพอที่จะเป็นคนที่เข้าใจอะไรโดยที่ไม่ต้องพูดมันออกมา

กูไม่ได้เป็นคนแบบนั้น

กูเป็นกู

เป็นคนที่งี่เง่า ตลอดเวลา

เป็นคนที่รักใครแล้ว รักมาก

รักใครแล้ว อะไรที่ให้ได้ ให้ไปหมด โดยไม่คิดหน้าคิดหลังด้วยซ้ำ

บางทีก็แย่นะ ที่ใจไม่แข็งพอ

2005/Dec/25

สีเขียว คือ ความอ่อนโยน

เค้าแอดมาหรือกุแอดไปไม่แน่ใจ ทีแรกมีเวปแคม ได้ดูแล้วก็เออ ไอ่นี่น่ารักดีนะ อยู่ไหนละ หอหน้ามธ เรอะ โหย ใกล้ๆดี น่ารู้จักกันไว้นา ฮี่ๆ งั้นขอเบอร์หน่อยๆ มันบอกว่าให้เบอร์ยาก เลยให้กุมาแล้วตัวหลังหายไปสองตัว ก็เดาละสิ แกล้งหลอกถามไปเรื่อยๆ จนได้ประมาณสิบกว่าเลข กุไล่โทรไปเรื่อยๆ ขอสาย อัพ ไม่มีสักคน

จนวันนั้น รู้สึกว่าจะโดนบล๊อกไปแล้ว เพราะอาการเซ้าซี้ของกุเอง

แต่กุก็มีสองสามเมลล์ แอดแม่งเข้าไป อันนึงไว้ดูว่าเค้าออนรึป่าว อันนึงไว้คุย อีกอันก็บล๊อกเค้าไว้

จากนั้นก็คุยกันบ้างธรรมดา จนมีวันนึงกุขี่จักรยานผ่าน อินเตอร์โซน เห็นเค้าตีแบทอยู่ คิดว่าใช่ แต่ไม่กล้าทัก

เลยมาคุยในเอ็มอีกที ก็ใช่จิงด้วย แค่นั้น หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน กุกำลังไปซื้อข้าวกับเพื่อน เห็นเค้าอยู่กับเพื่อน ด้วยความคึกคัก เลยเข้าไปทักเลย แนะนำตัวแล้วจากไป ให้แม่งงงอยู่แบบนั้นแหละ

พอกลับมาคุยกันในเอ็ม เค้าก็เลยให้เบอร์เราจนได้ ฮ่าๆ คงคุยกันได้สักพักแล้วละมั้ง

จากนั้นก็เลยไปหาเค้าบ้าง เปนครั้งคราว มันก็อยู่กะเมตอะ ที่เคยเปนแฟนกันมาก่อน แต่ก็บอกว่าเลิกกันแล้ว กุไม่ได้เอะใจอะไรหรอก ก็คิดไรมากไม่ได้หรอก พึ่งรู้จักกัน

พอได้รู้จักแล้ว รู้สึกว่าคนๆนี้มีสเน่ห์มากกกกกกมาย ไม่รู้อาจจะเปนคนที่หลงรักคนอื่นง่ายๆก็ได้กุ

เค้าพูดน้อย หน้านิ่งๆ ไม่ค่อยยิ้ม แต่พอยิ้มทีแล้วน่ารักมากกกกกกก ความจริงหน้าตาโรคจิตนะ แต่ไม่นึกว่าจะน่ารักขนาดนี้ หน้านิ่งๆแบบนี้อ่ะโดน

ยิ่งกุได้รู้จัก กุยิ่งชอบเข้าไปมากทุกที ชอบมากกกกกก โทรไปคุยทุกวัน รู้สึกดีด้วย

แต่พอเอาเข้าใจ

เค้าบอกว่ารู้สึกเฉยๆกับกุ

เท่านั้น ก็เซ็งนะสิ มากกกกกกกด้วยยยยยยยยยย ชอบเค้ามาก ก็เซ็งมากกก แต่ก็ทำไรไม่ได้

ยังโทรไปอยู่ทุกวัน ยังไปหาอยู่ทุกวัน ยังไปกินข้าวด้วย ยังไปเล่นด้วยที่ห้อง ยัง ทำใจไม่ได้

ยังชอบเค้าอยู่

และคิดจะชอบเค้าไปอีกนานเลย

ทั้งที่ไม่รุ้ว่าชอบเพราะว่าชอบจิงๆ หรือชอบเพราะอยากจะเอาเปนแบบอย่าง

แต่รู้สึกอย่างเดียวว่า เราอยากจะให้เค้าคิดถึงเราบ้าง

นั่นแหละที่ทำให้กุตัดจากเค้าไม่ขาด

เวลาที่เค้ายิ้มให้กุ ทำให้ในใจลึกๆแล้ว กุอยากจะกระโดดไปกอดในทันทีเลย รอยยิ้มแบบนี้ มันจริงใจแบบสุดๆ

เปนได้แค่เพื่อน

เราไม่ได้ห่างเหินกันออกไป กุไม่ได้ตัดเค้าออกไปจากชีวิต อาจเปนเพราะเค้าไม่ได้ให้ความหวังกุตั้งแต่แรก เค้าไม่ได้รู้สึกชอบกุตั้งแต่แรก ทำให้กุเข้าใจว่า เค้าก็เปนเพื่อนที่ดีคนนึง

ตอนนี้เรายังเปนเพื่อนที่ดีต่อกันอยู่ กุรู้เรื่องของเค้ามากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น

คงดีแล้วที่เราเปนเพื่อนกัน ดีที่เราได้รู้จักกัน

กุชอบเค้า และเมื่อไรที่เค้ามีความสุข กุก็มีความสุขไปด้วย หากคนที่ทำให้เค้ามีความสุขเปนกุไม่ได้ ถ้าทำอะไรแล้วทำให้เค้ายิ้มได้ กุจะทำมันให้อย่างเต็มที่

ไม่อยากให้เศร้าแบบที่ผ่านมาแล้วนะ

รักมึงนะเว้ย

2005/Dec/22

สีดำ กับโทรศัพท์

เรารู้จักกัน ครั้งแรกก็จากเนตเนี่ยแหละ ปี 2547เวปโพสจัง เพิ่งเล่นได้ไม่นาน คนหล่อๆเต็มเลย เพิ่งเริ่มเล่นเอ็มมากๆได้ไม่นาน ไม่ได้คิดจะหาแฟนจากทางเนต แต่ก็เล่นไปเพราะเปนช่วงว่างๆพอดี บวกกับเบื่อๆวิชาที่คณะแล้ว

เล่นไปสักพัก ก็เจอกับคนๆนี้ สีดำ

คุยกันในเอ็มสักพัก เค้าก็คุยดีๆๆๆๆๆๆๆ ไอ่เราก็ชอบฝรั่งอยู่แล้ว เห็นหน้าตาน่ารักดี ก็คุยๆๆๆๆๆๆ จนสักพักก็แลกเบอร์กัน แต่กุก็ไม่ได้โทไปก่อนหรอก วันที่กุไปปฐมนิเทศเรื่องจะไปอเมริกา เค้าก็โทมาคุย กุบอกเค้าว่ายุ่งๆอยู่ค่อยโทรมาตอนเย็น เย็นนั้นเราเลยได้คุยกัน จึงเปนจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

ความจริงกุรู้สึกว่าไม่ได้เปนแฟนกะเค้ามาเรื่อยๆ ตั้งแต่ที่เค้าทำกุรู้สึกไม่ดี มันสะสมมาเรื่อยๆจนไม่อยากจะคิดให้มันปวดหัวแล้ว

ไม่ใช่ว่าเค้าเปนคนไม่ดีนะ แต่พูดให้ดีก็ยังหาข้อดีไม่เจอเท่าไร จิงๆก็ดีนั่นแหละ เพียงแต่ยังเปนเด็กไปนิด ไม่ค่อยจะมีเหตุผล และไม่ยอมจะรับฟังหรือเข้าใจอะไรคนอื่นมากนัก รู้สึกเหมือนเค้าเอาตัวเองเปนใหญ่

เค้าเล่นอยู่กะเกมส์ แบบที่คนหน้าตาดีๆเล่นกันได้ กุไม่สนตรงนั้น แค่ไม่รู้สึกว่าเค้าแคร์กุมากพอ

การพิสูจน์อะไรมากมายที่เค้าได้ทำกะกุ มันยิ่งทำให้กุเข้าใจในตัวกุมากขึ้นเรื่อยๆ

7 เดือน

การที่เราแค่คุยในโทรศัพท์กันนั้น มันไม่พอหรอก สำหรับคนที่เปนแฟนกัน

ไม่พอสำหรับกุ

และก็คิดว่าไม่มีใครที่จะพอใจกับการแค่เปนแฟนในโทรศัพท์ด้วย

เคยบอกกะเค้าแล้วว่า กุไม่อยากจะมีแฟนเปนโทรศัพท์อีกแล้ว กุไปหาเค้าที่เชียงใหม่ ซึ่งมันไม่ใช่ระยะทางใกล้ๆ ใจจริงอยากไปหาเค้าคนเดียวอยู่หรอก แต่ลึกๆแล้วกุกลัวว่าเค้าจะไม่ออกมาเจอ ซึ่งมันก็เปนจริงๆ นั่นทำให้กุเกิดปัญหา และตอบไม่ได้ว่า เพื่ออะไร

รู้ว่าต้องการพิสูจน์

แต่กุเบื่อแล้ว

เบื่อที่จะคอยแล้ว เบื่อที่จะต้องมาเซ้าซี้ เบื่อที่ต้องมาคอยรับโทรศัพท์ ทั้งที่ไม่ได้อยากคุยแล้ว

บางทีกุอาจจะเปนคนที่ทำอะไรแล้วหวังผลตอบแทนก็ได้ หากทำไปแล้วเสียแรงปล่าว ก็ไม่รู้ว่ากุจะต้องเอาหัวใจไปให้เค้าเพื่ออะไรกัน

คนๆ รักนะ

เมื่อก่อน

แต่ตอนนี้ ไม่แล้ว

เวลาผ่านไป หัวใจมันด้านชา โทษเค้า ที่ทำให้กุเปนแบบนี้ โทษเค้าที่ทำให้กุเบื่อกับความรักแบบนี้

แต่เค้าก็ทำให้รู้ ว่าคนรักกันเค้าทำกันยังไง

ลึกๆแล้ว หากเราได้พบเจอกันจิงๆ เราอาจจะไม่ได้ชอบกันเลยก็ได้ หรือลึกๆแล้ว หากเราได้พบเจอกันจิงๆ นี่อาจจะเปนรักแท้ของกุก็ได้

สูญไปแล้ว เพราะความห่างไกล เพราะเราไม่เข้าใจกัน เพราะเราไม่คุยกัน เพราะกุเบื่อด้วย

เปนเพื่อนกันแล้ว ไม่ใช่ว่าจะเหมือนเดิม กุไม่ต้องแคร์เค้าอีกต่อไปแล้ว กุไม่ต้องตามใจเค้าอีกต่อไปแล้ว มันทำให้กุรู้ตัวและกลับมาเปนกุเหมือนที่เคยเปน ไม่ต้องรอ ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องปิดบัง ไม่ต้องโกหกกัน แค่นี้พอใจแล้ว

กุคงไม่ขอกลับไปอยู่ในโลกของความฝันแห่งนี้อีก ให้มันเปนความทรงจำครั้งเดียวที่เราได้รู้จักกันเกินพอ

หากโชคชะตาอยากจะเล่นตลกอีก สักวันคงได้เจอกัน

.

.

.

สีดำ จิงๆแล้วมันอาจไม่ใช่สีดำ แต่เพราะเรามองด้วยตา ตัดสินด้วยตา จึงทำให้เห็นเปนเช่นนั้น หากเราใช้ใจตัดสิน คงไม่ได้เปนอย่างที่คิด กุไม่มีความสามารถมองคนได้ลึกขนาดนั้น เลยทำให้กุเห็นได้แค่ที่เห็น ดั้งนั้น อย่าโทษกันเลย